ผลงานการรังสรรค์ใหม่ของคิงไซโก KSK รหัส SJE083

ช่วงยุค 60 เป็นทศวรรษแห่งความก้าวหน้าที่สำคัญทั้งในด้านเทคนิค และการพัฒนาด้านการออกแบบ ซึ่งเป็นรากฐานต่อยอดความสำเร็จไปสู่อนาคตของบริษัทบนเวทีอุตสาหกรรมนาฬิกาอันยิ่งใหญ่ นอกเหนือจากแกรนด์ ไซโกแล้วอีกหนึ่งซีรีส์ที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถของแบรนด์ในการสร้างนาฬิกากลไกที่มีความแม่นยำสูง ซึ่งได้รับการขนานนามว่า “คิง ไซโก” ที่นอกเหนือจากความแม่นยำแล้วยังนำเสนอการออกแบบที่สง่างามแฝงไว้ด้วยพลัง และยังเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงคุณภาพขององค์ประกอบทั้งหมด ซึ่งในปี 2021 นี้เป็นปีแห่งความยิ่งใหญ่อีก 1 ปีของ แบรนด์ “ไซโก” ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นครบรอบ 140 ปีพอดี และแน่นอนว่าความยิ่งใหญ่ในการร่วมเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้คงเป็นการสร้างสรรค์ จากซีรีส์ที่สองของนาฬิกาสุดยอดความคลาสสิกระดับตำนาน ที่เรียกว่า “คิง ไซโก” (KSK) โดยจะออกวางจำหน่ายเพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสเฉลิมฉลองในช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้อีกด้วย

รายละเอียดอันโดดเด่นของคิง ไซโก KSK

คิงไซโก KSK ปี 1965 นำเสนอรูปลักษณ์ และเหลี่ยมมุมที่โดดเด่น

สี่ปีหลังจากการเปิดตัว “คิง ไซโก” ตัวแรก ซีรีส์ที่สองหรือที่รู้จักกันในชื่อ “คิง ไซโก KSK” ก็ถูกสร้างขึ้นตามขึ้นมาในปี 1965 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องระบบไขลาน พร้อมทับทิม 25 เม็ด ซึ่ง “คิง ไซโก KSK” เป็นการออกเดินทางครั้งใหม่ในการออกแบบ โดยมีหลายองค์ประกอบที่แตกต่างจากรูปทรงโค้งมนอันนุ่มนวลของ คิง ไซโกในซีรีส์แรก
ความแตกต่างของตัวเรือน KSK นั้นมีความคมชัด และมีเหลี่ยมมุมที่โดดเด่นให้ความรู้สึกร่วมสมัย พื้นผิวเรียบ โดยเหลี่ยมมุมที่หลากหลายนั้นรับกับแสงไฟที่สะท้อนเป็นประกาย ผนวกด้วยคุณสมบัติกันน้ำ และแฮ็กเข็มวินาทีได้ทำให้นาฬิกานั้นสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเมื่อรวมถึงการออกแบบที่โดดเด่นแล้วนั้นยิ่งทำให้ “คิง ไซโก KSK” เป็นนาฬิกาที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่ต้องการโดยเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศญี่ปุ่น

การรังสรรค์ครั้งใหม่นี้ ได้ทำให้ KSK ในปี 1965 กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ด้วยความใส่ใจทุกรายละเอียด ความลงตัวของหน้าปัดที่แบน เนียนเรียบ พร้อมติดตั้งหลักชั่วโมงที่กว้างและขัดแต่งเหลี่ยมมุมให้เป็นประกาย เข็มนาฬิกาที่เฉียบคมสร้างความสง่างามได้เหมือนกับรุ่นต้นตำรับ ความคมชัดของขาตัวเรือนนั้นคล้ายกับปีกเครื่องบินโดยได้รับการขัดแต่งให้เงางามด้วยเทคนิคแบบซารัทสึ ที่มีพื้นผิวเหมือนกระจกปราศจากความผิดเพี้ยน

เหลี่ยมมุมและลวดลายหลัก 12 นาฬิกา ที่อ่านค่าได้ง่าย

ฝาหลังประทับสัญลักษณ์เดียวกับรุ่นต้นตำรับ

หลักชั่วโมงที่ 12 นาฬิกา โดดเด่นด้วยการขัดแต่งพื้นผิวและเหลี่ยมมุมอย่างประณีตเช่นเดียวกับ KSK รุ่นแรก ด้านหลังตัวเรือนมาพร้อมกับชื่อ “คิง ไซโก” และมีการประทับสัญลักษณ์โล่แบบเดียวกับรุ่นต้นตำรับ หัวเข็มขัดยังคงเอกลักษณ์เดิม ทุกรายละเอียดโดยเฉพาะตัวอักษร Seiko แบบดั้งเดิม เครื่องหมาย “W” แสดงถึงการกันน้ำหรือ Water resistance ของ KSK ประทับไว้ที่เม็ดมะยมอย่างชัดเจน

ทั้งหัวเข็มขัดและเม็ดมะยมของ KSK ปี 1965 ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ให้เหมือนต้นตำรับทุกรายละเอียด

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องไซโกระบบอัตโนมัติที่บางกว่าเดิม คาลิเบอร์ 6L35

ในขณะที่การรังสรรค์ใหม่ของ KSK ได้ถูกสร้างขึ้นตามรุ่นต้นตำรับในทุกรายละเอียด แต่ก็ได้มีการพัฒนาให้ทันต่อยุคสมัยทั้งในด้านเทคโนโลยี ฟังก์ชั่น และรูปแบบ แม้จะใช้เครื่องระบบอัตโนมัติ และเพิ่มหน้าต่างวันที่เข้าไป แต่นาฬิการุ่นใหม่ยังคงรูปลักษณ์ที่บางเฉียบ โดยหนากว่านาฬิการุ่นต้นตำรับเพียง 0.5 มิลลิเมตร และเนื่องจากความบางของคาลิเบอร์ 6L35 ทำให้รุ่นใหม่นี้มีตัวเรือนที่กว้างกว่าเดิมเล็กน้อยราว 38.1 มิลลิมเมตร และกระจกแซฟไฟร์ทรงกล่องที่มีการเคลือบป้องกันแสงสะท้อนพื้นผิวด้านในให้ความชัดเจนสูงทุกมุมมอง นอกจากนี้ความทนทานของตัวเรือนยังเพิ่มขึ้นด้วยการเคลือบซูเปอร์ฮาร์ทโค้ตติ้งเพื่อช่วยปกป้องนาฬกาจากรอยขีดข่วนอีกด้วย

“King Seiko KSK” Re- Creation จะออกวางจำหน่ายในเดือนมกราคม 2021 ในรูปแบบลิมิเต็ด เอดิชั่นจำนวน 3,000 เรือนทั่วโลก และมีเพียง 25 เรือนในประเทศไทยเท่านั้น โดยสนนราคา อยู่ที่ 118,500 บาท

SJE083

Seiko 140th Anniversary Limited Edition
Re-creation of King Seiko KSK

  • คาลิเบอร์ : 6L35
  • ความถี่ : 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง (8 ครั้งต่อวินาที)
  • สำรองพลังงาน 45 ชั่วโมง
  • จำนวนทับทิม : 26
  • ข้อมูลจำเพาะ
  • ตัวเรือนสเตนเลสสตีลเคลือบซูเปอร์ฮาร์ทโค้ตติ้ง
  • แซฟไฟร์คริสตัลพร้อมเคลือบกันแสงสะท้อน
  • ฝาหลังแบบขันเกลียว
  • ขนาด : 38 มิลลิเมตร หนา : 11.4 มิลลิเมตร
  • กันน้ำ: 50 เมตร
  • กันสนามแม่นเหล็ก 4,800 แอมแปร์ต่อเมตร
  • สายหนังจระเข้
  • ราคา 118,500 บาท
  • จำนวนจำกัด 3,000 บาท
แบ่งปัน
  • Facebook
  • Twitter