หลังจากญี่ปุ่นเปิดประเทศในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 เพียงไม่นาน ย่านกินซ่าที่อยู่ใจกลางเมืองโตเกียวก็กลายมาเป็นย่านสำคัญที่ชูความเจริญรุ่งเรืองของประเทศได้เป็นอย่างดี ปี ค.ศ. 1872 เป็นปีที่ญี่ปุ่นเปิดให้บริการรถไฟสายแรก และย่านกินซ่านั้นเป็นที่ตั้งของสถานีโตเกียวซึ่งเป็นสถานีปลายทาง จึงพัฒนามาเป็นศูนย์กลางการค้าที่มีแต่สินค้าใหม่ล่าสุดและเทรนดี้ที่สุดวางขายภายในเวลาอันรวดเร็ว
นอกจากนั้นกินซ่ายังเป็นย่านที่ธุรกิจสื่อเฟื่องฟู และเต็มไปด้วยคาเฟ่และบาร์ที่เป็นสถานที่พบปะแห่งใหม่ของเหล่าศิลปินและนักเขียน ทุกวันนี้กินซ่าคือตัวแทนแห่งมนต์เสน่ห์และเรื่องราวน่าตื่นเต้นทั้งหมดในโตเกียว และยังเป็นหน้าต่างที่แสดงให้ชาวญี่ปุ่นเห็นถึงกระแสในโลกภายนอก ที่สำคัญกินซ่าคือแหล่งกำเนิดของ Seiko แบรนด์นาฬิกาที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1881 สำนักงานใหญ่ของ Seiko อยู่ที่ตึก Ginza Wako มาเป็นเวลานาน ซึ่งตึกดังกล่าวมีจุดไฮไลท์อยู่ที่หอนาฬิกา Seiko ที่ตั้งอยู่ด้านบนและเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของย่านกินซ่าที่ผู้คนชื่นชอบอย่างมาก

Lukia ภาพสะท้อนจิตวิญญาณของกินซ่า

นาฬิกา Seiko Lukia คอลเลคชั่นใหม่สะท้อนให้เห็นถึงมนต์เสน่ห์ ความมีชีวิตชีวา และความงามที่ประณีตของกินซ่าในปัจจุบัน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995 สตรีชาวญี่ปุ่นที่มีรสนิยมต่างสวมใส่นาฬิกา Lukia ประดับข้อมือเพื่อความสวยงาม และในวันนี้ Seiko จะนำนาฬิกา Lukia สู่ตลาดประเทศนอกภูมิภาคเอเชียเป็นครั้งแรก คอลเลคชั่นใหม่นี้มาพร้อมกับดีไซน์ 6 แบบ แต่ละแบบล้วนมีหน้าปัดทำจากเปลือกหอยมุกเคลือบด้วยสีที่แสดงถึงเอกลักษณ์ความเป็นญี่ปุ่น โดยจะเคลือบหน้าปัดทั้งสองด้านเพื่อดึงความเข้มข้นของสีออกมาให้เด่นชัดและให้กลืนไปกับเนื้อของเปลือกหอยมุกอย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนั้นหน้าปัดยังมีลายดอกไม้และประดับเพชรสำหรับแสดงเวลาเป็นจำนวน 8 เม็ด ส่วนตัวเรือนจะมีขอบโค้งมนสวยงาม เมื่อประดับข้อมือแล้วช่วยขับเน้นความอ่อนโยนและละเอียดอ่อนได้อย่างดี

 นาฬิกาดีไซน์ใหม่ห้าแบบจะวางจำหน่ายในเดือนกรกฎาคม ปี 2020 และแบบที่ 6 เป็นรุ่น Limited Edition ที่จะเปิดตัวในเดือนกันยายน สินค้าทุกอย่างที่กล่าวมาสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ที่หน้าร้าน Seiko ทุกสาขา

นาฬิกาที่ขับเคลื่อนโดยพลังชีวิต และออกแบบมาเพื่อให้สวมใส่ได้อย่างเต็มที่

Lukia คอลเลคชั่นใหม่ทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติชุดล่าสุด คาลิเบอร์ 6R35 ซึ่งสำรองพลังงานได้นานถึง 70 ชั่วโมง เผยให้เห็นการทำงานผ่านฝาหลังโปร่งใส กลไกชุดนี้ทำงานด้วยความถี่ 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง นาฬิกาทุกเรือนสามารถกันน้ำได้ถึง 10 บาร์ (100
เมตร) และผนึกด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ป้องกันการเกิดรอยขีดข่วน เรียกได้ว่านาฬิกา Lukia ถูกออกแบบมาเพื่อให้สวมใส่ได้อย่างเต็มที่ในทุกวันและทุกสถานการณ์

SPB133

Gofun ผลิตจากผงเปลือกหอยมุก
ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอางที่นักแสดงคาบูกิใช้แต่งหน้า ย่านกินซ่าเป็นที่ตั้งของโรงละครคาบูกิที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง

SPB135

Kurenei สีแห่งความมั่นใจ

SPB137

Ruri สีของท้องฟ้ายามราตรี

SPB138

Ao-shiro-tsurubami สีที่เป็นเอกลักษณ์ของหินที่ปูถนนในกินซ่า

SPB140

Sakura สีของดอกซากุระ สัญลักษณ์ของความงามที่ไม่ยั่งยืน

รุ่น 2020 Limited Edition

SPB141

Tsukishiro สีของท้องฟ้ายามสนธยา

Seiko ออกนาฬิการุ่นผลิตจำนวนจำกัด เนื่องในโอกาสพิเศษที่ Lukia ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในระดับนานาชาติ โดยจะวางจำหน่ายรุ่นดังกล่าวเป็นจำนวนเพียง 250 เรือนเท่านั้น มาพร้อมกับหน้าปัดสี Tsukishiro ซึ่งเป็นสีฟ้าอ่อนเหมือนกับท้องฟ้าช่วงเย็นที่ปกคลุมย่านกินซ่าก่อนที่พระจันทร์จะขึ้น วงแหวนขอบตัวเรือนประดับด้วยเพชร 55 เม็ด และมีอีก 8 เม็ดประดับที่หน้าปัด สายนาฬิกามีรูปลักษณ์โดดเด่นไม่ซ้ำใครด้วยกระบวนการย้อมสีสองขั้นตอน ขั้นตอนแรกย้อมสีหนังให้ขาว แล้วจากนั้นย้อมสีฟ้าอ่อนแค่ตรงร่องที่เป็นลวดลาย

คาลิเบอร์ 6R35
ความถี่: 21.600 ครั้งต่อชั่วโมง (6 ครั้งต่อวินาที)
พลังงานสำรอง: 70 ชั่วโมง
จำนวนทับทิม: 24 เม็ด

รายละเอียดอื่นๆ
ตัวเรือนสแตนเลสสตีล (SPB133, 135, 137, 141)
ตัวเรือนสแตนเลสสตีลบางส่วนเคลือบสีทองคำ (SPB138)
ตัวเรือนสแตนเลสสตีลเคลือบสีทองคำชมพู (SPB140)
พื้นหน้าปัดเปลือกหอยมุก ประดับเพชร 8 เม็ด
ประดับเพชรบนตัวเรือน 55 เม็ด (SPB141)
กระจกคริสตัลแซฟไฟร์ทรงโค้งเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน
ฝาหลังขันเกลียวมองทะลุได้
ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง: 34.8 มิลลิเมตร (SPB133, 135, 137, 138, 140) 35.2 มิลลิเมตร (SPB141)
ความหนา: 11.4 มิลลิเมตร
การกันน้ำ: 10 บาร์ (100 เมตร)
การป้องกันสนามแม่เหล็ก: 4,800 A/m
สายหนังจระเข้ที่สามารถเปลี่ยนสายได้ บานพับแบบ 3 ทบพร้อมปุ่มกดคลายล็อค
ผลิตจำนวนจำกัด: 250 เรือน (SPB141)

แบ่งปัน
  • Facebook
  • Twitter