SEIKO SINCE 1881

A Sheen that Comes Only from Use in Real Life and Time. Thinking about the Future of Traditional Crafts and Watches in the Home of Japan’s Oldest Porcelain Tradition.A Sheen that Comes Only from Use in Real Life and Time. Thinking about the Future of Traditional Crafts and Watches in the Home of Japan’s Oldest Porcelain Tradition.

ความเงางามที่เกิดขึ้นจากการใช้งานจริงผ่านกาลเวลา: ชวนคิดถึงอนาคตของงานหัตถศิลป์ดั้งเดิมและนาฬิกา ณ แหล่งกำเนิดเครื่องถ้วยชามที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น
โรเบิร์ต แคมป์เบลล์ กับการสนทนากับ ฮิโรยูกิ ฮาชิกุจิ

Seiko เปิดตัวคอลเลกชัน Presage ในปี 2011 โดยนอกจากจะเป็นการสืบสานธรรมเนียมอันน่าภาคภูมิใจในการผลิตนาฬิกาที่ยาวนานกว่าศตวรรษของ Seiko แล้ว Seiko Presage ยังนำเสนอสุนทรียภาพแบบญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวออกสู่สายตาชาวโลกอีกด้วย

Seiko Presage สะท้อนให้เห็นถึงงานฝีมือและทักษะอันโดดเด่นภายใต้แนวคิด “Made in Japan” ด้วยการนำเทคนิคงานช่างแบบญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้บนหน้าปัดนาฬิกา คอลเลกชันนี้เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นที่จะยกระดับนาฬิกาข้อมือให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม พร้อมทั้งอนุรักษ์ธรรมเนียมดั้งเดิมเหล่านี้ไว้เพื่ออนาคต นาฬิกาแต่ละเรือนจึงเป็นการเชิดชูทักษะอันยอดเยี่ยมของช่างฝีมือชาวญี่ปุ่น ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่าทักษะการผลิตนาฬิกาและงานหัตถศิลป์ดั้งเดิม สิ่งที่อยู่เคียงคู่กับวิถีชีวิตของผู้คนมาโดยตลอดท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป จะได้รับการสืบทอดต่อไปยังคนรุ่นหลัง

ในบทความนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับรุ่นที่ใช้หน้าปัดทำจากเครื่องถ้วยชาม “อาริตะ” (Arita porcelain) ซึ่งถือเป็นเครื่องถ้วยชามประเภทแรกที่พัฒนาขึ้นในประเทศญี่ปุ่น โดยมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 400 ปี

Photo Seiko Presage

Seiko Presage (รุ่นหน้าปัดอาริตะพอร์ซเลน)

แขกรับเชิญของเราในครั้งนี้คือ โรเบิร์ต แคมป์เบลล์ นักวิชาการชาวอเมริกันผู้เชี่ยวชาญด้านวรรณคดีญี่ปุ่น แคมป์เบลล์ซังได้เดินทางไปเยี่ยมชมชินกามะ เตาเผาที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อกว่า 190 ปีที่แล้วในเมืองเล็กๆ แห่งอาริตะ จังหวัดซากะ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับความคล้ายคลึงกันระหว่างการผลิตนาฬิกาและงานฝีมือดั้งเดิม ที่นั่นเขาได้พบกับฮิโรยูกิ ฮาชิกุจิ ปรมาจารย์ด้านงานฝีมือดั้งเดิมผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนารูปแบบเครื่องเคลือบดินเผาอาริตะสำหรับนาฬิกา Seiko Presage การสนทนาของพวกเขามุ่งเน้นไปที่ความเหมือนกันระหว่างเครื่องเคลือบดินเผาอาริตะและการผลิตนาฬิกา และความสำคัญของการอนุรักษ์คุณค่าที่งานฝีมือเหล่านี้มอบให้แก่ชีวิตของผู้คน และการทำให้มั่นใจว่างานฝีมือเหล่านี้จะคงอยู่ต่อไปในอนาคต

เครื่องถ้วยชามอาริตะ: ประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 400 ปี

บางทีผมอาจจะขอเริ่มต้นด้วยการถามคุณแคมป์เบลล์ถึงความประทับใจที่มีต่อเครื่องถ้วยชามอาริตะ ซึ่งถือเป็นงานเครื่องถ้วยชามที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นครับ

Photo Hiroyuki Hashiguchi Robert Campbell

โรเบิร์ต แคมป์เบลล์: ตำแหน่งที่ตั้งของอาริตะซึ่งอยู่ไม่ไกลจากนางาซากิ เมืองที่เป็นประตูสู่การค้ากับต่างประเทศมาอย่างยาวนาน ทำให้ภูมิภาคนี้ได้รับอิทธิพลจากภายนอกมาตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม เครื่องถ้วยชามอาริตะถือกำเนิดขึ้นจากการผสมผสานทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย และได้รับการทะนุถนอมสืบต่อกันมานานถึง 400 ปี ทั้งในญี่ปุ่นและในประเทศแถบตะวันตก ผมคิดว่าประวัติศาสตร์ที่มีความเป็นสากลเช่นนี้สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนในรายละเอียดของเครื่องถ้วยชามอาริตะ

หากพิจารณาผลงานบางชิ้นของคุณฮาชิงุจิ แม้ว่าในแง่ของประเภทผลิตภัณฑ์จะจัดว่าเป็นภาชนะสำหรับรับประทานอาหารที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในบริบทแบบญี่ปุ่น แต่รายละเอียดบางประการในการออกแบบ เช่น ส่วนฐานของชิ้นงานนี้ กลับให้ความรู้สึกที่มีกลิ่นอายแบบตะวันตกอยู่ไม่น้อย ผมคิดว่าการผสมผสานในลักษณะนี้เองที่ทำให้เครื่องถ้วยชามอาริตะมีความพิเศษเฉพาะตัว สำหรับผมแล้วมันมีเสน่ห์ดึงดูดใจมาก ราวกับว่าผลงานเหล่านี้ได้รวบรวมเอาวัฒนธรรมของหมู่เกาะญี่ปุ่นมาไว้ในรูปแบบที่เข้มข้นและเปี่ยมไปด้วยความหมายครับ

Photo Campbell holding Hashiguchi's work.

ฮิโรยูกิ ฮาชิงุจิ: ผมดีใจมากที่ได้ยินคุณพูดแบบนั้นครับ ผมตั้งใจเสมอให้ผลงานของผมถ่ายทอดความรู้สึกสง่างามออกมา ความท้าทายคือการสร้างสรรค์ชิ้นงานที่ให้ความรู้สึกสะอาดตาและประณีต ในขณะเดียวกันก็ยังคงไว้ซึ่งตัวตนอันโดดเด่นตามแบบฉบับของงานหัตถศิลป์ดั้งเดิม ผมพยายามแสวงหาสมดุลที่ลงตัวอยู่เสมอ โดยค่อยๆ ปรับแก้รายละเอียดในทุกขั้นตอนของการสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงของชิ้นงาน การผสมเนื้อดินเพื่อกำหนดสีพื้นฐาน กระบวนการเผา ไปจนถึงการวาดลวดลายตกแต่งครับ

แคมป์เบลล์: การวาดลวดลายตกแต่งที่เรียกว่า “เอะสึเกะ” (e-tsuke) ถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เครื่องถ้วยอาริตะมีเสน่ห์เฉพาะตัวครับ ก่อนหน้านี้ผมเคยเข้าใจว่าเครื่องถ้วยอาริตะมักจะมีลวดลายสีสันสดใส แต่ในการมาเยือนครั้งนี้ ผมกลับประทับใจผลงานหลายชิ้นที่มีดีไซน์เรียบง่าย สุขุม และได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติครับ

ฮาชิงุจิ: ผมชอบวาดลวดลายที่ได้แรงบันดาลใจมาจากพืชพรรณและดอกไม้ในธรรมชาติครับ แท้จริงแล้วเครื่องถ้วยอาริตะทำขึ้นจากหินและน้ำ ผ่านการทำให้แห้งด้วยลม และสำเร็จสมบูรณ์ด้วยไฟ มันเป็นงานหัตถศิลป์ที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างแท้จริง ดังที่เจ้าของเตาเผาของเรามักจะกล่าวไว้ว่า เครื่องถ้วยอาริตะคือสิ่งที่จักรวาลเป็นผู้สร้างขึ้น ด้วยเหตุนี้ ลวดลายที่มาจากพืชพรรณและดอกไม้ตามธรรมชาติจึงเข้ากันได้ดีเยี่ยมกับคุณลักษณะของเครื่องถ้วยอาริตะครับ

Photo “Gosu no suhada,” pieces for which Hashiguchi-san provided the painted decoration (e-tsuke)

“โกสุ โนะ สุฮาดะ” (Gosu no suhada) ซึ่งเป็นชิ้นงานที่ฮาชิงุจิซังเป็นผู้ลงลวดลายประดับ (เอะสึเกะ)


แคมป์เบลล์: งานฝีมือแขนงนี้มีขอบเขตของการแสดงออกที่กว้างขวางมากครับ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนรายละเอียดเล็กน้อย ทั้งในส่วนของส่วนผสมเนื้อดิน วิธีการขึ้นรูป ไปจนถึงการวาดลวดลายตกแต่งในขั้นตอนสุดท้าย ก็แทบจะเรียกได้ว่าสามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้ทุกรูปแบบเลยทีเดียว

ฮาชิกุจิ: ถูกต้องเลยครับ อันที่จริง การได้มีส่วนร่วมในโปรเจกต์สำหรับ Seiko Presage ครั้งนี้ ทำให้ผมตระหนักได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า เครื่องถ้วยอาริตะ (Arita porcelain) นั้นมีความหลากหลายเพียงใด ในอดีต ลวดลายอันวิจิตรบรรจงของเครื่องถ้วยอาริตะได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ชนชั้นสูงของยุโรป แต่ในขณะเดียวกัน เครื่องถ้วยชนิดนี้ก็เป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้านที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของผู้คนทั่วไปมาโดยตลอดซึ่งถือเป็นอีกแง่มุมหนึ่งของเครื่องถ้วยอาริตะที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนาน ในฐานะช่างผู้สร้างสรรค์ผลงาน ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เครื่องถ้วยอาริตะยังคงถูกนำมาใช้งานและเป็นที่รักของผู้คนในชีวิตประจำวัน ด้วยเหตุนี้ แนวคิดในการนำเครื่องถ้วยอาริตะมาเป็นส่วนหนึ่งของนาฬิกา ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้คนสวมใส่และใช้งานอยู่ทุกวัน จึงเป็นแนวคิดที่โดนใจผมมากครับ

Photo The Seiko Presage (Arita porcelain model)

Seiko Presage (รุ่นหน้าปัดพอร์ซเลนอาริตะ)


ทราบมาว่าในช่วงแรก ทางเตาเผา “ชินกามะ” (Shin-gama) ค่อนข้างกังขาเกี่ยวกับแนวคิดการร่วมมือกับ Seiko เพื่อสร้างสรรค์ชิ้นงานจากเครื่องถ้วยอาริตะ (Arita porcelain) โดยมองว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก คุณช่วยเล่าให้ฟังได้ไหมว่า หลังจากตัดสินใจรับคำท้าทายนี้แล้ว กระบวนการดำเนินงานเป็นอย่างไรบ้างจนกระทั่งออกมาเป็นนาฬิกาเรือนจริง

ฮาชิกุจิ:ความยากที่สุดที่เราคาดการณ์ไว้คือเรื่องของความทนทานและความแข็งแกร่งที่จำเป็นต้องมี เนื่องจากนาฬิกาเป็นสิ่งที่ผู้คนจะใช้งานไปอีกยาวนาน อาจจะตลอดชีวิตหรือนานกว่านั้น หน้าปัดนาฬิกาจึงจำเป็นต้องมีความแข็งแรงทนทานสูง เราเลยรู้สึกว่าการผลิตเครื่องถ้วยพอร์ซเลนให้ได้ตามมาตรฐานดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก โชคดีที่ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น สถาบันวิจัยเซรามิกจังหวัดซากะ (Saga Ceramics Research Laboratory) ซึ่งทำหน้าที่วิจัยและพัฒนาในจังหวัด ได้พัฒนาพอร์ซเลนชนิดใหม่ที่มีความทนทานสูงเป็นพิเศษ โดยมีความแข็งแกร่งมากกว่าพอร์ซเลนทั่วไปถึงกว่า 4 เท่า

เราจึงคิดว่าหากใช้วัสดุชนิดใหม่นี้ เราก็น่าจะสามารถผลิตหน้าปัดที่มีความทนทานตามที่ต้องการได้ ความก้าวหน้าครั้งสำคัญนี้ถือเป็นแรงกระตุ้นที่ช่วยให้พวกเรามีกำลังใจมากขึ้นอย่างแน่นอนครับ

Photo Saga Ceramics Research Laboratory

ห้องปฏิบัติการวิจัยเซรามิกซากะ (Saga Ceramics Research Laboratory)


ทว่าเมื่อเริ่มลงมือทำโครงการนี้ เส้นทางสู่การผลิตนาฬิกาเรือนจริงกลับยาวไกลและเต็มไปด้วยอุปสรรค... เครื่องถ้วยชามอาริตะ (Arita porcelain) ต้องผ่านการเผาที่อุณหภูมิสูงถึง 1,300 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับเซรามิกประเภทอื่น อีกทั้งตัวเนื้อพอร์ซเลนยังเกิดการหดตัวระหว่างกระบวนการเผา ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดคือการผลิตชิ้นงานเซรามิกที่สามารถนำมาใช้เป็นหน้าปัดนาฬิกาที่มีความบางเฉียบได้ โดยไม่เกิดการบิดเบี้ยว ในช่วงแรก หน้าปัดที่ได้มักจะม้วนงอคล้ายกลีบดอกไม้ เราจึงต้องอาศัยการลองผิดลองถูกอยู่หลายครั้ง ทั้งการปรับเปลี่ยนรูปทรงของแม่พิมพ์และการปรับปรุงวิธีการเผา จนในที่สุดเราก็สามารถผลิตชิ้นงานพอร์ซเลนที่มีความแม่นยำสูงเพียงพอสำหรับการนำไปใช้เป็นหน้าปัดนาฬิกาได้สำเร็จ

ความงดงามที่เผยตัวออกมาเมื่อผ่านการใช้งานอย่างยาวนาน

คุณแคมป์เบลล์ครับ หลังจากได้ทราบถึงความยากลำบากในขั้นตอนการพัฒนาแล้ว ความประทับใจแรกที่คุณมีต่อนาฬิกา Seiko Presage รุ่นนี้เปลี่ยนไปบ้างไหมครับ

แคมป์เบลล์: มันทำให้ผมตระหนักได้เลยว่า การพัฒนาหน้าปัดรุ่นนี้ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญจริงๆ ครับ สำหรับความประทับใจแรกของผม ตอนที่ได้สัมผัสนาริกาเรือนที่ใช้หน้าปัดกระเบื้องอาริตะ (Arita porcelain) แล้ว มองดูหน้าปัดนั้น คำแรกที่ผุดขึ้นมาในใจคือคำว่า “นูเมริ” (numeri) ครับ มันมีความสว่างที่ดูนุ่มนวล อบอุ่น และให้ความรู้สึกเหมือนมีชีวิตชีวาคล้ายกับพื้นผิวที่มีความชุ่มชื้นอยู่ภายใน แม้จะถูกสร้างขึ้นมาอย่างสม่ำเสมอเท่ากันทั้งชิ้น แต่เมื่อแสงตกกระทบในมุมที่ต่างกัน กลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไปครับ

Photo Hiroyuki Hashiguchi & Robert Campbell

อีกสิ่งหนึ่งที่ ทำให้ผมประทับใจคือประกายแวววาวดุจแพรไหมที่ดูเหมือนจะแผ่ออกมาจากผิวของชิ้นงานผ่านตู้กระจก ผมสงสัยเหลือเกินว่าต้องใช้เทคนิคแบบไหนจึงจะสร้างสรรค์คุณภาพเช่นนี้ออกมาได้ ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเครื่องถ้วยอาริตะ

ฮาชิงุจิ: เราให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับเฉดสีขาว เพราะนั่นคือจุดเริ่มต้นของเครื่องถ้วยอาริตะทุกชิ้น อันที่จริงแล้ว เครื่องถ้วยอาริตะไม่ได้มีสีขาวบริสุทธิ์ อาริตะมีความโดดเด่นไม่เหมือนแหล่งผลิตเครื่องถ้วยอื่น ๆ ทั่วโลก ตรงที่มีการผลิตเซรามิกจำนวนมากโดยใช้หินพอร์ซเลนจากธรรมชาติเป็นวัตถุดิบหลัก หินชนิดนี้มีธาตุเหล็กเจือปนอยู่เล็กน้อย ส่งผลให้หลังจากผ่านการเผาแล้ว ชิ้นงานจะมีโทนสีขาวอมฟ้า ซึ่งนี่เองคือสิ่งที่ทำให้เครื่องถ้วยอาริตะมีลักษณะเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร

Photo Izumiyama porcelain stone

หินพอร์ซเลนจากอิซุมิยามะ (Izumiyama) แหล่งหินแห่งนี้ถือเป็นเหมืองหินพอร์ซเลนที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น โดยถูกค้นพบในช่วงต้นศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เทคโนโลยีการผลิตเครื่องพอร์ซเลนถูกนำเข้ามายังญี่ปุ่นจากต่างประเทศ กล่าวกันว่าจุดเริ่มต้นของการผลิตเครื่องพอร์ซเลนในญี่ปุ่นนั้นมีที่มาจากเหมืองหินแห่งนี้นั่นเอง


แคมป์เบลล์: เข้าใจแล้วครับ ว่าแต่สำหรับโปรเจกต์นี้ คุณตั้งใจให้เฉดสีขาวออกมาเป็นโทนไหนหรือครับ

ฮาชิกุจิ: เราเริ่มต้นจากการพิจารณาจุดประสงค์การใช้งานของนาฬิกาเรือนนี้ โดยตั้งเป้าไปที่เฉดสีขาวที่จะสร้างประกายสว่างไสวเมื่อนำไปใช้งานจริง ยกตัวอย่างเช่นในกรณีของภาชนะบนโต๊ะอาหาร จานหรือชามจะยังถือว่าไม่สมบูรณ์หากยังไม่มีอาหารวางอยู่บนนั้น เฉดสีขาวในอุดมคติจึงควรเป็นสีที่ช่วยกระตุ้นจินตนาการให้เห็นภาพอาหารที่น่ารับประทานเมื่อวางลงบนจานใบนั้น

เช่นเดียวกันกับนาฬิกาเรือนนี้ เราเริ่มต้นจากการมองว่าพื้นผิวของหน้าปัดเปรียบเสมือนผืนผ้าใบ จากนั้นจึง มุ่งสร้างสรรค์เฉดสีขาวที่ให้ความงดงามสะดุดตาในการแสดงเวลา เราได้เพิ่มรายละเอียดด้วยการทำรอยบุ๋มเล็กน้อยลงบนหน้าปัด เพื่อช่วยขับเน้นประกายระยิบระยับให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลให้การตกกระทบของแสงบนพื้นผิวหน้าปัดเปลี่ยนไป และช่วยให้เราสามารถถ่ายทอดความสว่างสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องถ้วยชามอาริตะ (Arita porcelain) แท้ๆ ลงบนหน้าปัดนาฬิกาได้สำเร็จ

Photo Seiko Presage

สำหรับนาฬิการุ่นนี้ แสงธรรมชาติจะช่วยขับเน้นความโดดเด่นออกมาได้ดีที่สุด เนื่องจากความหนาของชั้นเคลือบบนรอยบุ๋มเล็กๆ เหล่านั้นมีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ทำให้การสะท้อนของแสงเปลี่ยนไปตามมุมมอง ในฐานะช่างฝีมือ ผมมองว่าสิ่งนี้ช่วยสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับนาฬิกา แม้ว่ากระบวนการผลิตจะเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน แต่สำหรับพวกเราเหล่าช่างฝีมือ นาฬิกาแต่ละเรือนล้วนมีความพิเศษไม่ซ้ำกัน เราทุ่มเทความตั้งใจลงไปในทุกขั้นตอนการสร้างสรรค์ ทำให้ผมรู้สึกเสมอว่านาฬิกาแต่ละเรือนมีบุคลิกเฉพาะตัวของมันเอง

แคมป์เบลล์: เมื่อมองผ่านๆ ผลงานเหล่านี้อาจดูสวยงามเป็นมาตรฐานเดียวกัน แต่หากสังเกตให้ดีจะพบความแตกต่างเล็กน้อยที่เกิดจากฝีมือของช่าง ซึ่งผมคิดว่านี่คือเสน่ห์ของงานหัตถศิลป์ดั้งเดิม การได้ทราบว่านาฬิกาเหล่านี้ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเช่นเดียวกันนั้น เป็นเรื่องที่น่าประทับใจมากครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจในการมาเยือนครั้งนี้คือ การที่โรงเรียนประถมศึกษาในท้องถิ่นเลือกใช้เครื่องถ้วยชามจากแหล่งผลิตเครื่องเคลือบอาริตะ (Arita porcelain) มาเสิร์ฟอาหารกลางวันให้กับเด็กๆ ในขณะที่โรงเรียนส่วนใหญ่เลือกใช้ภาชนะที่ทำจากอะลูมิเนียมหรือพลาสติก แต่การได้ทานอาหารบนภาชนะเครื่องเคลือบนั้นช่วยยกระดับประสบการณ์ในการรับประทานอาหารได้อย่างแท้จริง ทั้งน้ำหนักที่สัมผัสได้ในมือ พื้นผิวสัมผัส หรือแม้แต่ความรู้สึกที่ว่าหากทำตกพื้นก็อาจแตกหักได้ ประสบการณ์ทางกายภาพเหล่านี้มีส่วนช่วยปลูกฝังความเคารพต่อมื้ออาหาร และน่าจะเป็นบทเรียนสำคัญที่ช่วยให้เด็กๆ ตระหนักถึงคุณค่าของอาหารและการรับประทานอาหารได้เป็นอย่างดีครับ

Photo Pieces produced at the Shin-gama kiln

ผลงานจากเตาเผาชินกามะ (Shin-gama)


ฮาชิงุจิ: ในปัจจุบัน ผู้คนมักนิยมเสิร์ฟอาหารทุกอย่างไว้ในจานใบเดียวเพื่อความสะดวกและรวดเร็ว แต่สิ่งที่เราต้องการสื่อผ่านเครื่องถ้วยชามอาริตะ (Arita porcelain) กลับเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกัน เราต้องการมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่เปี่ยมไปด้วยความรื่นรมย์และคุณค่าที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณเห็นจานพอร์ซเลนใบหนึ่ง คุณอาจเกิดแรงบันดาลใจที่จะจัดวางไข่เจียวลงบนจานนั้น แล้วใช้เวลาค่อยๆ ดื่มด่ำไปกับสีสันและเสน่ห์ของอาหารที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ซึ่งช่วยกระตุ้นสัมผัสทั้งหลายให้เพลิดเพลินไปกับมื้ออาหารนั้นได้อย่างเต็มที่

แคมป์เบลล์: หากมองในแง่นี้ เครื่องถ้วยชามอาริตะ (Arita porcelain) ก็มีบทบาทสำคัญในการสืบทอดวัฒนธรรมด้านอาหารเช่นกัน ซึ่งประเด็นนี้มีความคล้ายคลึงกับการผลิตนาฬิกา ผมสวมนาฬิกาอยู่ทุกวัน และพบว่าการดูเวลาจากโทรศัพท์มือถือให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากการดูเวลาจากนาฬิกาข้อมืออย่างสิ้นเชิง มันมีความ “หนักแน่น” ที่ต่างกันออกไป

โทรศัพท์มือถืออาจจะสะดวกสบายก็จริง แต่สำหรับโทรศัพท์แล้ว เวลาเป็นเพียงข้อมูลผิวเผินเท่านั้น ในขณะที่การดูนาฬิกาแบบเข็ม เราจะเห็นเวลาผ่านการเคลื่อนที่ของเข็มนาฬิกาในพื้นที่ทางกายภาพ หน้าปัดนาฬิกาเปรียบเสมือนการจำลองเวลาออกมาในรูปแบบที่จับต้องได้ ทำให้ผมสามารถมองเห็นช่วงเวลาที่เหลืออยู่ก่อนถึงนัดหมายถัดไปได้อย่างชัดเจน มันช่วยให้เรารับรู้ถึงการผ่านไปของเวลา และแนวคิดที่มองเวลาในเชิงกายภาพเช่นนี้เอง คืออีกหนึ่งจุดที่ทั้งสองสิ่งนี้มีความคล้ายคลึงกัน

เวลาเป็นแนวคิดที่ผลักดันให้ผู้คนเคลื่อนไหวและนำพาผู้คนมาพบกัน ทาง Seiko กล่าวว่านาฬิกานั้นช่วยสร้าง “วัฒนธรรมแห่งการบอกเวลา” (horological culture) ซึ่งความสอดคล้องกันระหว่างนาฬิกากับเครื่องถ้วยชามอาริตะนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เห็นถึงความสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้

ฮาชิกุจิ: ในฐานะคนที่ทำงานหัตถกรรม ผมเชื่อว่ามีความงามบางอย่างที่สามารถค้นพบได้จากการทุ่มเทเวลาและความพยายามลงไปเท่านั้นคงไม่มีอะไรจะน่ายินดีไปกว่าการที่ผู้คนได้สัมผัสกับความงามนั้นด้วยตนเอง ผ่านการใช้งานผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ครับ

Photo Hashiguchi

นวัตกรรมและประเพณี: การสืบสานเครื่องถ้วยชามอาริตะสู่อนาคต

―― อุตสาหกรรมเครื่องถ้วยชามอาริตะเกี่ยวข้องกับช่างฝีมือหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่ผู้ผลิตสี “โกสุ” (gosu) แบบดั้งเดิม ไปจนถึงผู้ที่ทำหน้าที่ขึ้นรูปและเก็บรายละเอียดชิ้นงาน ผมอยากทราบความเห็นของทั้งสองท่านว่า เราควรทำอย่างไรเพื่อปกป้องช่างฝีมือเหล่านี้ พร้อมทั้งส่งเสริมคนรุ่นใหม่ให้ก้าวเข้ามาสืบทอดงานในอนาคต

ฮาชิกุจิ: เช่นเดียวกับงานหัตถกรรมดั้งเดิมแขนงอื่นๆ เรากำลังเผชิญกับความท้าทายจากการที่ช่างฝีมือมีอายุมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่มีคนรุ่นใหม่เข้ามาสู่วงการนี้น้อยลง ยิ่งไปกว่านั้น ตลาดก็ยังหดตัวลงทุกปี ผมคิดว่าสิ่งแรกที่ต้องทำเพื่อฟื้นฟูงานหัตถกรรมนี้ คือการมุ่งมั่นผลิตชิ้นงานที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง ดังเช่นโครงการเครื่องใช้สำหรับมื้ออาหารกลางวันในโรงเรียนที่ได้กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้ การทุ่มเทสร้างสรรค์ผลงานที่ยังคงยึดมั่นในรากเหง้าดั้งเดิมของอาริตะ ซึ่งเน้นการใช้งานในชีวิตประจำวัน ควบคู่ไปกับการถ่ายทอดเสน่ห์ของงานเหล่านี้ให้คนรุ่นใหม่ได้รับรู้ ผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นหนทางในการปกป้องรักษาประเพณีดั้งเดิมและทำให้งานหัตถกรรมนี้ยังคงมีชีวิตสืบต่อไปในอนาคตได้ครับ

Photo Artisans at work in the Shin-gama atelier

เหล่าช่างฝีมือขณะกำลังทำงานอยู่ในสตูดิโอ Shin-gama


แคมป์เบลล์: นอกจากนี้ หากมองในแง่ของการพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมโดยรวม ผมคิดว่า สิ่งสำคัญคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ล้ำสมัย เช่นเดียวกับเครื่องเคลือบดินเผาที่มีความทนทานสูง ซึ่งนำมาใช้ในนาฬิกาเรือนนี้ ตอนที่ผมไปเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการวิจัยเครื่องเคลือบดินเผาซากะ (Saga Ceramics Research Laboratory) ผมรู้สึกประทับใจมากที่สถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์รวมให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมเครื่องเคลือบดินเผาอาริตะได้มาพบปะกัน เพื่อร่วมกันทำวิจัยและทดสอบชิ้นงานต้นแบบ ถือเป็นพื้นที่สำหรับการทดลองเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างแท้จริง

ภายในศูนย์มีการจัดแสดงขั้นตอนการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์โดยใช้โปรแกรม 3D-CAD ร่วมกับเครื่องจักร NC รวมถึงผลงานที่สร้างสรรค์โดยศิลปินที่ได้รับเชิญ ปัจจุบันกำลังมีการทดลองใหม่ๆ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของเครื่องเคลือบดินเผาอาริตะ โดยยังคงรักษาขนบธรรมเนียมและเทคนิคดั้งเดิมเอาไว้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากที่ศูนย์แห่งนี้ช่วยสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นความมุ่งมั่นให้กับผู้คนที่อยู่ในแวดวงการผลิตเครื่องเคลือบดินเผาเหล่านี้

ฮาชิกุจิ: ผมคิดว่าการจะกระตุ้นให้เกิดความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมนี้ เราจำเป็นต้องสร้างแรงส่งให้กับเทคนิคงานฝีมือใหม่ๆ ที่จะนำพาอุตสาหกรรมไปสู่อนาคต ซึ่งนั่นอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดที่เราได้เห็นระหว่างการร่วมงานกับ Seiko Presage นั่นคือการก่อตัวของแรงส่งดังกล่าว ผู้คนได้สัมผัสกับประสบการณ์ของการเผชิญความท้าทายที่ยากลำบากและประสบความสำเร็จ การที่โครงการนี้ได้รับการยอมรับและชื่นชมอย่างกว้างขวาง ได้ช่วยยกระดับแรงจูงใจของผู้คนในอุตสาหกรรมนี้ขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับตัวผมเอง โครงการนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมอยากลองรับความท้าทายใหม่ๆ จากเดิมที่เคยเน้นผลิตเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ตอนนี้ผมจึงสนใจที่จะนำทักษะของตนเองไปสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่ต้องอาศัยความประณีตและเทคนิคขั้นสูงยิ่งขึ้น ผมอยากให้อุตสาหกรรมนี้เป็นพื้นที่ที่ช่างฝีมือสามารถภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง และเป็นพื้นที่ที่ความภาคภูมิใจรวมถึงคุณภาพของผลงานสามารถยกระดับขึ้นไปได้อีก สำหรับผลงานเครื่องถ้วยชามอาริตะ (Arita porcelain) ชิ้นนี้ ในฐานะคนที่รับหน้าที่วาดลวดลายตกแต่ง ผมมีความฝันว่าสักวันหนึ่งจะได้วาดลวดลายลงบนหน้าปัดนาฬิกาครับ

แคมป์เบลล์: เป็นความมุ่งมั่นที่น่ายกย่องมากครับ ในการมาเยือนครั้งนี้ ผมได้เห็นเครื่องถ้วยชามอาริตะ (Arita porcelain) หลากหลายรูปแบบ และสัมผัสได้ถึงศักยภาพอันยิ่งใหญ่สำหรับอนาคต ซึ่งเกิดจากพลังของการต่อยอดทางความคิดและเทคโนโลยี กล่าวคือ นวัตกรรมหนึ่งที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ สามารถนำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมอื่นๆ ต่อไปได้อีกไม่สิ้นสุด

เช่นเดียวกับการคิดค้นเครื่องถ้วยชามชนิดใหม่ที่มีความทนทานเป็นพิเศษ ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของนาฬิกา Seiko Presage ผมมั่นใจว่า นวัตกรรมที่เริ่มต้นจากหน้าปัดชิ้นเล็กๆ นี้ จะนำไปสู่ก้าวสำคัญครั้งใหญ่เพื่อมุ่งไปสู่ขั้นต่อไปในอนาคต จากการได้พูดคุยกับคุณฮาชิกุจิในวันนี้ ผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าอนาคตของเครื่องถ้วยชามอาริตะจะสดใสไม่แพ้อดีตที่ผ่านมา และผมตั้งตารอที่จะได้เห็นพัฒนาการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตครับ

Photo Hiroyuki Hashiguchi & Robert Campbell

สรุปจากการสนทนา

ด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนานถึง 400 ปีและการติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกญี่ปุ่นมาอย่างต่อเนื่อง เครื่องถ้วยชามอาริตะ (Arita porcelain) ยังคงมุ่งมั่นเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ อยู่เสมอ คุณสมบัติเหล่านี้สอดคล้องกับศิลปะการผลิตนาฬิกา และในการสนทนาครั้งนี้ ผมสัมผัสได้ถึงความลงตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ระหว่างงานฝีมือทั้งสองแขนง ซึ่งปรากฏให้เห็นในนาฬิกา Seiko Presage

ภายใต้ประกายแวววาวบนหน้าปัดที่ทำจากเครื่องถ้วยชามอาริตะ ผมสัมผัสได้ถึงคุณค่าแห่งกาลเวลาที่สั่งสมมานานหลายศตวรรษ การสวมใส่นาฬิกาที่สะท้อนถึงมรดกอันน่าภาคภูมิใจนี้ เปรียบเสมือนการได้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมแห่งการบอกเวลา

ผู้เขียน: คาโอรุโกะ เซยะ (Kaoruko Seya)
ช่างภาพ: ชิโอริ บันโจ (Shiori Banjo)
บรรณาธิการ: Huuuu inc.

Robert Campbell

โรเบิร์ต แคมป์เบลล์

นักวิชาการด้านวรรณคดีญี่ปุ่น เกิดที่นิวยอร์ก ศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยวาเซดะ และที่ปรึกษาของหอสมุดวรรณคดีนานาชาติวาเซดะ (หอสมุดฮารุกิ มูราคามิ) ผู้อำนวยการศูนย์สื่อเซนได เชี่ยวชาญด้านวรรณคดีญี่ปุ่นยุคก่อนสมัยใหม่และสมัยใหม่ โดยเฉพาะวรรณคดีที่เขียนเป็นภาษาจีนในศตวรรษที่ 19 ตั้งแต่ปลายยุคเอโดะจนถึงยุคเมจิ และยังสนใจในประเภทวรรณกรรม ศิลปะ สื่อ และความคิดที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังเป็นที่รู้จักในวงการสื่อญี่ปุ่นในฐานะผู้บรรยายข่าวทางโทรทัศน์ คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์และนิตยสาร นักวิจารณ์หนังสือ และผู้ดำเนินรายการวิทยุ

Hiroyuki Hashiguchi

ฮิโรยูกิ ฮาชิกุจิ

ช่างฝีมือดั้งเดิมด้านเครื่องเคลือบดินเผาอาริตะ เข้าร่วมโรงเผาชินกามะในปี 1983 และปัจจุบันดำรงตำแหน่งช่างฝีมือระดับปรมาจารย์และผู้อำนวยการบริหาร ในปี 1996 เขาได้รับการยอมรับในฐานะปรมาจารย์ด้านงานฝีมือดั้งเดิมของเครื่องเคลือบดินเผาอิมาอิและอาริตะ (การวาดภาพใต้เคลือบ) ปัจจุบันเขายังคงสร้างสรรค์ผลงานที่เข้ากับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ พร้อมทั้งจัดนิทรรศการผลงานเซรามิกในโตเกียว

Culture Other actions

PAGE TOP